ล้างมือลดการติดเชื้อได้ถึง 50%
องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่าการล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธีสามารถลดการเกิดโรคท้องร่วงได้ 30-50% และลดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจได้ 20-50% สำหรับโรคมือเท้าปากที่แพร่กระจายผ่านการสัมผัส และ RSV ที่ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย การล้างมือเป็นมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
เด็กเล็กมักเอามือเข้าปาก แคะจมูก ขยี้ตา ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การสอนให้ลูกล้างมือเป็นนิสัยจึงเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด
วิธีล้างมือ 7 ขั้นตอนที่ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 1 เปิดน้ำให้เปียกมือ ขั้นตอนที่ 2 ฟอกสบู่ให้ทั่วฝ่ามือ ขั้นตอนที่ 3 ถูหลังมือและซอกนิ้ว ขั้นตอนที่ 4 ถูฝ่ามือและซอกนิ้วด้านใน ขั้นตอนที่ 5 ถูหลังนิ้วมือ ขั้นตอนที่ 6 ถูนิ้วหัวแม่มือ ขั้นตอนที่ 7 ถูปลายนิ้วและข้อมือ ใช้เวลาทั้งหมดอย่างน้อย 20 วินาที
เคล็ดลับสอนเด็กเล็ก ร้องเพลง Happy Birthday 2 รอบ ขณะล้างมือ จะได้ระยะเวลาที่เหมาะสมพอดี หรือตั้งนาฬิกาจับเวลาให้สนุก เลือกสบู่ที่มีสีสันหรือกลิ่นหอมที่เด็กชอบ จะช่วยให้ลูกสนุกกับการล้างมือ
เมื่อไหร่ที่ต้องล้างมือ
สอนลูกให้ล้างมือในสถานการณ์ต่อไปนี้ ก่อนกินอาหารทุกมื้อ หลังเข้าห้องน้ำ หลังไอหรือจาม หลังเล่นกลางแจ้งหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง หลังกลับจากโรงเรียน เมื่อกลับถึงบ้าน ก่อนและหลังเยี่ยมผู้ป่วย
สำหรับสถานการณ์ที่ไม่สะดวกล้างมือด้วยน้ำ เช่น ในรถ ในห้างสรรพสินค้า ให้ใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 60-80% แทน เตรียมขวดเล็กให้ลูกพกในกระเป๋าเรียนทุกวัน
พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ล้างมือให้ลูกเห็นบ่อยๆ เด็กจะเรียนรู้จากการเลียนแบบผู้ใหญ่ได้ดีที่สุด เมื่อล้างมือเป็นนิสัย จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อมือเท้าปาก RSV ไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้ออื่นๆ ได้อย่างมาก
เจลล้างมือ vs สบู่ อะไรดีกว่า
สบู่กับน้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการล้างมือ เพราะสบู่ช่วยขจัดทั้งเชื้อโรค สิ่งสกปรก และสารเคมีออกจากผิวมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เจลล้างมือแอลกอฮอล์ก็เป็นทางเลือกที่ดีในกรณีที่ไม่มีน้ำ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสส่วนใหญ่ได้
ข้อจำกัดของเจลล้างมือ คือ ไม่สามารถขจัดสิ่งสกปรกที่มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ดีเท่าสบู่ และอาจไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับสบู่ในการกำจัดเชื้อบางชนิด เช่น Norovirus ที่ทำให้ท้องร่วง ดังนั้นเมื่อมีอ่างล้างมือให้ล้างด้วยสบู่และน้ำเสมอ ใช้เจลเฉพาะเมื่อจำเป็น