ทอนซิลอักเสบเกิดจากอะไรและมีอาการอย่างไร
ทอนซิล (Tonsils) คือต่อมน้ำเหลืองที่อยู่สองข้างในลำคอ ทำหน้าที่เป็นด่านป้องกันเชื้อโรคที่เข้ามาทางปากและจมูก ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เกิดขึ้นเมื่อทอนซิลติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ทำให้บวมแดงและอักเสบ สาเหตุที่พบบ่อยในเด็กคือเชื้อไวรัสหวัด Adenovirus และแบคทีเรีย Group A Streptococcus (Strep Throat) ซึ่งต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
อาการของทอนซิลอักเสบในเด็ก ได้แก่ เจ็บคอมาก โดยเฉพาะเวลากลืน ไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม เสียงเปลี่ยน คอแดงเห็นทอนซิลบวมโตและอาจมีจุดหนองสีขาว ลมหายใจเหม็น ปวดหู ปวดท้อง (ในเด็กเล็ก) และอาจมีอาเจียน เด็กเล็กที่ยังพูดไม่ได้อาจแสดงอาการเป็นไม่ยอมกินอาหาร น้ำลายไหลมากกว่าปกติ และร้องไห้งอแงเวลาดื่มนม
การรักษาและข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
การรักษาทอนซิลอักเสบขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากไวรัส จะรักษาตามอาการด้วยยาแก้ปวดลดไข้ ให้เด็กดื่มน้ำมากๆ กินอาหารอ่อนๆ เย็นๆ และพักผ่อน โดยจะหายเองใน 5-7 วัน หากเกิดจากแบคทีเรีย Streptococcus ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (Penicillin หรือ Amoxicillin) ครบ 10 วันเพื่อป้องกันไข้รูมาติก ซึ่งอาจทำลายลิ้นหัวใจได้ ค่ารักษาแบบ OPD อยู่ที่ 1,000-3,000 บาทต่อครั้ง
แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดทอนซิล (Tonsillectomy) เมื่อเด็กมีทอนซิลอักเสบซ้ำ 7 ครั้งขึ้นไปใน 1 ปี หรือ 5 ครั้งต่อปีติดต่อกัน 2 ปี หรือ 3 ครั้งต่อปีติดต่อกัน 3 ปี รวมถึงกรณีทอนซิลโตจนกีดขวางทางเดินหายใจทำให้นอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ค่าผ่าตัดทอนซิลในเด็กอยู่ที่ 30,000-80,000 บาท ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาล ต้องนอน 1-2 คืน และพักฟื้นที่บ้านอีก 1-2 สัปดาห์
ประกันสุขภาพกับค่าใช้จ่ายทอนซิลอักเสบ
เด็กที่เป็นทอนซิลอักเสบบ่อยอาจต้องพบแพทย์ 5-10 ครั้งต่อปี ค่าใช้จ่ายสะสมจากค่าพบแพทย์ ค่ายา ค่าตรวจคอ และค่าเพาะเชื้อรวมกันอาจสูงถึง 15,000-30,000 บาทต่อปี ยิ่งหากต้องผ่าตัดยิ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่หลายครอบครัวไม่ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า
Fin For Kids ครอบคลุมทั้งค่ารักษาแบบ OPD สำหรับการพบแพทย์ทุกครั้งที่ทอนซิลอักเสบ และค่ารักษาแบบ IPD หากต้องผ่าตัด รวมค่าห้องผ่าตัด ค่าดมยาสลบ ค่ายา ค่าห้องพัก และค่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจเรื่องการรักษาโดยคำนึงถึงสุขภาพของลูกเป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องค่าใช้จ่าย หากแพทย์แนะนำให้ผ่าตัด ก็สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน