ทำความเข้าใจ IPD กับ OPD
IPD (In-Patient Department) คือการรักษาแบบผู้ป่วยในที่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ประกันจะจ่ายค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ายา ค่าหมอ ค่าผ่าตัด และค่ารักษาทั้งหมดตามวงเงินที่กำหนดในแผน
OPD (Out-Patient Department) คือการรักษาแบบผู้ป่วยนอกที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เช่น ไปพบแพทย์ ตรวจ รับยา แล้วกลับบ้าน ประกัน Fin For Kids มีสิทธิ์ OPD ให้ใช้ได้ 30 วันต่อปี ไม่เกิน 7 ครั้งต่อโรค ต่อครั้ง
การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้พ่อแม่เตรียมเอกสารเคลมได้ถูกต้อง และใช้สิทธิ์ได้อย่างเต็มที่
ไข้หวัดใหญ่และ RSV เคลมได้ทั้ง OPD และ IPD
ไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการไม่รุนแรง สามารถเคลม OPD ได้ ค่าตรวจ Rapid Test ค่ายาต้านไวรัส ค่าพบแพทย์ ใช้สิทธิ์ OPD ได้ทั้งหมด แต่หากมีภาวะแทรกซ้อนจนต้องนอนโรงพยาบาล เช่น ปอดอักเสบ ก็เคลม IPD ได้เพิ่มเติม ข้อสำคัญคือต้องมีผลตรวจยืนยันว่าเป็นไข้หวัดใหญ่จริง
RSV ก็เช่นเดียวกัน กรณีอาการเบาที่พบแพทย์แล้วกลับบ้านได้ ใช้สิทธิ์ OPD แต่ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้ออกซิเจนและสารน้ำ จะเคลม IPD โดย RSV ในทารกส่วนใหญ่มักต้องนอนโรงพยาบาล จึงใช้สิทธิ์ IPD เป็นหลัก
ไข้เลือดออก ส่วนใหญ่เคลม IPD
ไข้เลือดออกเป็นโรคที่แพทย์มักแนะนำให้นอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการและตรวจเลือดเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงวิกฤตที่เสี่ยงต่อภาวะช็อก ดังนั้นส่วนใหญ่จะเคลมเป็น IPD ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน
ในช่วงก่อนและหลังนอนโรงพยาบาล อาจมีค่าตรวจเลือดติดตามแบบ OPD ซึ่งสามารถเคลมได้ ขอแนะนำให้เก็บใบเสร็จและผลตรวจเลือดทุกครั้ง ตั้งแต่วันแรกที่สงสัยจนหายดี เพื่อใช้ประกอบการเคลมอย่างครบถ้วน
มือเท้าปากและสุกใส เคลม OPD เป็นหลัก
มือเท้าปากส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล จึงเคลม OPD เป็นหลัก ค่าพบแพทย์ ค่ายาลดไข้ ค่ายาทาแผลในปาก ค่าตรวจ ใช้สิทธิ์ OPD ได้ทั้งหมด แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล เช่น สมองอักเสบจาก EV71 จะเคลมเป็น IPD
สุกใสก็เช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่รักษาแบบ OPD ค่ายาลดไข้ ยาแก้คัน ยาทาคาลาไมน์ ค่าพบแพทย์ ใช้สิทธิ์ OPD ได้ หากตุ่มติดเชื้อรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนจนต้องนอนโรงพยาบาลจึงใช้สิทธิ์ IPD
เคล็ดลับสำคัญ คือ ทุกครั้งที่พาลูกไปพบแพทย์ ให้ขอใบรับรองแพทย์ระบุชื่อโรค ผลตรวจ และใบเสร็จค่ารักษาไว้ครบ เพื่อการเคลมที่รวดเร็วและไม่มีปัญหา