โรคในเด็ก

Ep.34 มือเท้าปากระบาดในโรงเรียน พ่อแม่รับมืออย่างไร

2025-01-226 นาทีโรคในเด็ก
กลับไปหน้าบทความ

เมื่อโรคมือเท้าปากระบาดในโรงเรียนลูก รู้วิธีป้องกัน สังเกตอาการ และตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรให้ลูกหยุดเรียน

ทำไมมือเท้าปากระบาดง่ายในโรงเรียนและเนอสเซอรี

โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot and Mouth Disease - HFMD) เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus โดยเฉพาะ Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 แพร่กระจายผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ติดเชื้อ เด็กเล็กในสถานรับเลี้ยงและโรงเรียนอนุบาลมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกัน ใช้ของเล่นร่วมกัน และยังไม่มีพฤติกรรมสุขอนามัยที่ดี

ในประเทศไทย มือเท้าปากระบาดได้ตลอดทั้งปี แต่พบมากในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว เมื่อมีเด็กป่วยในห้องเรียนเพียง 1 คน สามารถแพร่กระจายไปยังเด็กคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว เชื้อไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวของเล่น โต๊ะ เก้าอี้ได้นานหลายชั่วโมง

อาการที่ต้องสังเกตในเด็ก

อาการเริ่มต้นด้วยไข้ เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ตามมาด้วยแผลในปาก (เริ่มเป็นจุดแดงเล็กๆ แล้วกลายเป็นแผลตื้นที่เจ็บมาก) ทำให้เด็กกินอาหารและดื่มน้ำลำบาก ต่อมาจะมีผื่นและตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบางครั้งที่ก้น หัวเข่า และข้อศอก

ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย โดยเฉพาะจากเชื้อ Enterovirus 71 ซึ่งอาจทำให้เกิดสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และปอดบวมน้ำ อาการเตือนที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล ได้แก่ ไข้สูงลดไม่ลง ซึมมาก อาเจียนบ่อย มือสั่น ขาสั่น เดินเซ หายใจหอบ

วิธีป้องกันเมื่อมีการระบาดในโรงเรียน

เมื่อทราบว่ามีเด็กป่วยเป็นมือเท้าปากในโรงเรียน ควรสอนลูกล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังใช้ห้องน้ำ เตรียมเจลล้างมือแอลกอฮอล์ให้ลูกพกไปโรงเรียน สอนให้ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับเพื่อน

ตรวจร่างกายลูกทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน ดูว่ามีไข้ แผลในปาก หรือผื่นที่มือเท้าหรือไม่ หากพบอาการผิดปกติ ควรให้หยุดเรียนทันทีและพาไปพบแพทย์ เด็กที่ป่วยควรหยุดเรียนอย่างน้อย 7 วัน หรือจนกว่าแผลจะแห้งสนิท

สำหรับโรงเรียนและสถานรับเลี้ยง ควรทำความสะอาดของเล่น อุปกรณ์ พื้นผิวที่สัมผัสบ่อยด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน หากมีเด็กป่วยหลายคน ควรพิจารณาปิดห้องเรียนชั่วคราว 1-2 สัปดาห์

ดูแลลูกที่ป่วยมือเท้าปากอย่างไร

สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลให้เด็กได้รับน้ำเพียงพอ เพราะแผลในปากทำให้เจ็บเวลากินดื่ม ให้ดื่มน้ำเย็น นมเย็น ไอศกรีม น้ำผลไม้เย็น เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม และอาหารร้อน ให้ยาพาราเซตามอลลดไข้และแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์

ทายาแก้ปวดแผลในปาก (Oral gel) ก่อนมื้ออาหาร 15 นาที จะช่วยให้เด็กกินอาหารได้ง่ายขึ้น ทำความสะอาดตุ่มน้ำที่ผิวหนังด้วยน้ำสะอาด ไม่ต้องเจาะตุ่ม ปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ แยกของใช้ส่วนตัวของเด็กป่วยออกจากสมาชิกในครอบครัว

หมวดหมู่:โรคในเด็ก
เผยแพร่เมื่อ 2025-01-22

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและประกันภัย

สนใจทำประกันสุขภาพเด็ก?

ปกป้องลูกรักด้วยประกันสุขภาพเด็กจาก MSIG คำนวณเบี้ยได้ทันที หรือดูแผนทั้งหมดเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มครอง