อาการไข้เลือดออกในเด็กเป็นอย่างไร (คำตอบสั้น)
ไข้เลือดออกในเด็กเริ่มจากไข้สูงลอย 39–40 องศา ติดต่อกัน 2–7 วัน โดยมักไม่มีน้ำมูกไม่ไอ ต่างจากหวัดทั่วไป ร่วมกับหน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา เบื่ออาหาร อาเจียน และอาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ ตามแขนขา ช่วงที่อันตรายที่สุดคือช่วง 'ไข้ลด' ซึ่งอาจเกิดภาวะช็อกได้
หากลูกมีไข้สูงเกิน 2 วันโดยไม่มีอาการหวัด ควรพาไปตรวจเลือดหาไข้เลือดออกเสมอ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่มีการระบาด
ระยะที่ 1: ระยะไข้สูง (วันที่ 1–3)
ระยะแรกเด็กจะมีไข้สูงลอยตลอดวัน กินยาลดไข้แล้วไข้ลงเพียงชั่วคราวแล้วกลับขึ้นใหม่ หน้าแดง ตาแดง ปวดเมื่อยตัว บางรายปวดท้องบริเวณชายโครงขวาจากตับโต จุดสังเกตสำคัญคือมักไม่มีอาการทางเดินหายใจอย่างน้ำมูกหรือไอ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือให้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนลดไข้ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกรุนแรง ให้ใช้พาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์แนะนำเท่านั้น และเช็ดตัวช่วยลดไข้ร่วมด้วย
ระยะที่ 2: ระยะวิกฤต ช่วงไข้ลดที่อันตรายที่สุด (วันที่ 3–7)
พ่อแม่จำนวนมากเข้าใจผิดว่าไข้ลดแปลว่าลูกกำลังหาย แต่สำหรับไข้เลือดออก ช่วง 24–48 ชั่วโมงหลังไข้ลดคือช่วงที่พลาสมารั่วออกจากหลอดเลือดมากที่สุด และอาจเกิดภาวะช็อกจากไข้เลือดออกซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
สัญญาณอันตรายที่ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันทีคือ ไข้ลดแต่ซึมลงแทนที่จะสดชื่น มือเท้าเย็น ปวดท้องรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ กระสับกระส่าย และปัสสาวะน้อยลงชัดเจน หากพบเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็ห้ามรอดูอาการที่บ้าน
ระยะที่ 3: ระยะฟื้นตัว และค่ารักษาที่ต้องเตรียม
เมื่อพ้นระยะวิกฤต เด็กจะเริ่มสดชื่นขึ้น กินได้ ปัสสาวะมากขึ้น และมักมีผื่นแดงคันตามแขนขา โดยรวมเด็กที่เป็นไข้เลือดออกมักต้องนอนโรงพยาบาล 3–7 วัน เพื่อเจาะเลือดติดตามเกล็ดเลือดทุกวันและให้สารน้ำอย่างระมัดระวัง ค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนมักอยู่ที่หลายหมื่นบาทต่อครั้ง
ไข้เลือดออกเป็นหนึ่งใน 8 โรคฮิตที่ประกัน Fin For Kids Plus by MSIG คุ้มครอง ทั้งค่าห้อง ค่าตรวจเลือด และค่ารักษาแบบผู้ป่วยในตามวงเงินของแผน เบี้ยเริ่มต้น 9,150 บาทต่อปี ไม่ต้องตรวจสุขภาพก่อนสมัคร ช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจพาลูกเข้าโรงพยาบาลได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย