โรคตาแดงคืออะไร ทำไมระบาดง่ายในโรงเรียน
โรคตาแดง (Conjunctivitis) คือภาวะที่เยื่อบุตา (Conjunctiva) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อบางใสที่คลุมตาขาวและด้านในเปลือกตา เกิดการอักเสบ ทำให้ตาแดง ตาบวม คัน มีขี้ตามาก น้ำตาไหล สาเหตุมีทั้งจากเชื้อไวรัส (Adenovirus พบบ่อยที่สุด) แบคทีเรีย หรือภูมิแพ้ โรคตาแดงจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากตา ใช้ของร่วมกัน หรือสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อน
โรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็กเป็นแหล่งที่โรคตาแดงระบาดได้ง่ายมาก เพราะเด็กอยู่รวมกันในพื้นที่แคบ ใช้ของเล่นร่วมกัน สัมผัสกันบ่อย และยังไม่ค่อยระวังเรื่องสุขอนามัย เด็กเล็กชอบเอามือขยี้ตาและสัมผัสสิ่งของต่างๆ ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาวที่สภาพอากาศเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส
การดูแลรักษาและเมื่อไหร่ต้องพบแพทย์
โรคตาแดงจากไวรัสส่วนใหญ่หายได้เองใน 7-14 วัน โดยรักษาตามอาการ ประคบเย็นลดบวม หยอดน้ำตาเทียมลดอาการระคายเคือง ล้างมือบ่อยๆ ไม่ขยี้ตา ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน ซักเปลี่ยนปลอกหมอนทุกวัน และให้เด็กหยุดเรียน 3-5 วันเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หากเกิดจากแบคทีเรีย แพทย์จะสั่งยาปฏิชีวนะหยอดตา ซึ่งจะช่วยลดอาการได้เร็วขึ้น
ควรพาเด็กพบจักษุแพทย์ทันทีหากมีอาการเจ็บตามาก (ไม่ใช่แค่คัน) ตามัว มองไม่ชัด ไวต่อแสงมาก มีตุ่มน้ำใสบนเยื่อบุตา ตาบวมมากจนลืมตาไม่ขึ้น มีหนองข้นไหลจากตา หรืออาการไม่ดีขึ้นหลัง 5-7 วัน เพราะอาจเป็นโรคตาแดงชนิดรุนแรงที่ทำลายกระจกตาได้ ค่าพบจักษุแพทย์เด็กและค่ายาหยอดตาเฉพาะทาง อยู่ที่ 1,000-5,000 บาทต่อครั้ง
การป้องกันและเตรียมตัวรับมือ
การป้องกันโรคตาแดงที่ดีที่สุดคือสุขอนามัยส่วนบุคคล สอนเด็กล้างมือบ่อยๆ ไม่เอามือขยี้ตา ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า หมอน แว่นตา พ่อแม่ควรเช็ดทำความสะอาดของเล่นเป็นประจำ และหากมีข่าวระบาดในโรงเรียน ควรเตรียมน้ำตาเทียมและผ้าสะอาดไว้ ถ้าเด็กคนหนึ่งในบ้านเป็นตาแดง ควรแยกของใช้ส่วนตัวทั้งหมดและเฝ้าระวังสมาชิกคนอื่นในครอบครัว
แม้โรคตาแดงส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่ค่าพบจักษุแพทย์และค่ายาหยอดตาเฉพาะทางก็มีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะถ้าเด็กเป็นซ้ำหรือมีภาวะแทรกซ้อน ประกันสุขภาพเด็ก Fin For Kids ครอบคลุมค่าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (OPD) รวมถึงจักษุแพทย์ ค่ายา และค่าตรวจเพิ่มเติม ช่วยให้พ่อแม่พาลูกพบแพทย์ได้ทันทีที่มีอาการผิดปกติ ไม่ต้องรอจนอาการรุนแรง ลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจกระทบการมองเห็นของเด็ก