โรคในเด็ก

Ep.64 โรคหอบหืดในเด็ก สังเกตอาการและรับมืออย่างไร

2025-04-017 นาทีโรคในเด็ก
กลับไปหน้าบทความ

หอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก ทำให้หลอดลมอักเสบและตีบแคบ เด็กหายใจลำบาก ไอ หายใจมีเสียงวี้ด การดูแลและรักษาอย่างถูกต้องช่วยให้เด็กใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หอบหืดในเด็กคืออะไร และเกิดจากอะไร

โรคหอบหืด (Asthma) เป็นโรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อยมากในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว ในประเทศไทยพบเด็กเป็นหอบหืดประมาณ 10-12% ของเด็กวัยเรียน โรคนี้เกิดจากหลอดลมมีความไวผิดปกติต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้เยื่อบุหลอดลมบวม หลอดลมหดเกร็ง และมีเสมหะมาก ส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบแคบ เด็กจึงหายใจลำบาก

สาเหตุหลักเกิดจากพันธุกรรมร่วมกับสิ่งแวดล้อม สิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น ขนสัตว์เลี้ยง เชื้อรา ควันบุหรี่ มลพิษทางอากาศ (PM 2.5) อากาศเย็น การออกกำลังกาย การติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ (โดยเฉพาะ RSV ในเด็กเล็ก) และความเครียด เด็กที่มีโรคภูมิแพ้อื่นๆ เช่น จมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือผิวหนังอักเสบ มีความเสี่ยงเป็นหอบหืดสูงกว่าเด็กทั่วไป

สังเกตอาการหอบหืดในเด็กอย่างไร

อาการหลักของหอบหืดในเด็ก ได้แก่ ไอเรื้อรังโดยเฉพาะเวลากลางคืนหรือเช้ามืด หายใจมีเสียงวี้ด (wheezing) แน่นหน้าอก และหายใจลำบาก อาการมักกำเริบเมื่อสัมผัสสิ่งกระตุ้น เช่น หลังออกกำลังกาย เมื่ออากาศเปลี่ยน หรือเมื่อเป็นหวัด เด็กเล็กอาจแสดงอาการไม่ชัดเจน อาจเป็นแค่ไอบ่อย หายใจเร็ว หรือไม่ค่อยเล่นเพราะเหนื่อยง่าย ทำให้พ่อแม่หลายคนไม่ทันสังเกต

อาการหอบหืดกำเริบรุนแรง (Asthma Attack) ต้องรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลทันที อาการ ได้แก่ หายใจเร็วมาก อกบุ๋ม ปีกจมูกบาน ริมฝีปากเขียวคล้ำ พูดไม่เป็นประโยค ใช้ยาพ่นแล้วไม่ดีขึ้น หรือซึมลง การกำเริบรุนแรงอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อพ่นยา ให้ออกซิเจน และสังเกตอาการ ค่าใช้จ่ายรวมค่าห้องฉุกเฉิน ยาพ่น ออกซิเจน และค่าห้องพัก อยู่ที่ 10,000-50,000 บาทขึ้นไป

การรักษาและการดูแลระยะยาว

การรักษาหอบหืดในเด็กแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ยาบรรเทาอาการ (Reliever) ใช้เมื่อหอบ เช่น ยาพ่นขยายหลอดลม Salbutamol และยาควบคุมโรค (Controller) ใช้ประจำวันเพื่อลดการอักเสบ เช่น ยาพ่นสเตียรอยด์ เด็กที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรงจำเป็นต้องใช้ยาควบคุมโรคทุกวัน ต่อเนื่องอย่างน้อย 3-6 เดือน ร่วมกับการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และพบแพทย์ตรวจสมรรถภาพปอดเป็นระยะ

ค่ายาพ่นควบคุมโรครายเดือนอยู่ที่ประมาณ 500-2,000 บาท ค่าตรวจสมรรถภาพปอดครั้งละ 500-1,500 บาท รวมกับค่าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งละ 500-1,500 บาท ค่าใช้จ่ายสะสมต่อปีสูงมาก Fin For Kids ช่วยลดภาระเหล่านี้ได้ ทั้งค่าพบแพทย์ OPD ค่ายาประจำ และค่ารักษาตัวในโรงพยาบาลหากหอบรุนแรง ทำให้พ่อแม่ดูแลลูกได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องประหยัดค่ารักษาจนส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็ก

การป้องกันและจัดการสิ่งแวดล้อม

การป้องกันหอบหืดกำเริบที่ดีที่สุดคือการควบคุมสิ่งแวดล้อมในบ้าน ล้างปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนทุกสัปดาห์ ใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเด็ก หลีกเลี่ยงพรมและตุ๊กตาผ้า ไม่เลี้ยงสัตว์ในห้องนอน รักษาความชื้นในบ้านให้เหมาะสม (40-50%) และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ทุกรูปแบบ ในช่วงที่ค่า PM 2.5 สูง ควรให้เด็กอยู่ในอาคารและปิดหน้าต่าง

พ่อแม่ควรมีแผนจัดการหอบหืด (Asthma Action Plan) ที่แพทย์ช่วยวางร่วมกัน เพื่อให้รู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ยาพ่น เมื่อไหร่ต้องเพิ่มยา และเมื่อไหร่ต้องไปโรงพยาบาล การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีก็สำคัญ เพราะไข้หวัดใหญ่เป็นตัวกระตุ้นหอบหืดที่พบบ่อย และสุดท้าย การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาทั้ง OPD และ IPD จะช่วยให้ดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ตลอดปี

หมวดหมู่:โรคในเด็ก
เผยแพร่เมื่อ 2025-04-01

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและประกันภัย

สนใจทำประกันสุขภาพเด็ก?

ปกป้องลูกรักด้วยประกันสุขภาพเด็กจาก MSIG คำนวณเบี้ยได้ทันที หรือดูแผนทั้งหมดเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มครอง